เนื่องในโอกาสที่ วันที่ 28 กรกฎาคม เป็น วันเฉลิ
เดือนกรกฎาคม ถือเป็นเดือนอันสำคัญของประเทศไทย เนื่องในโอกาสที่ วันที่ 28 กรกฎาคม เป็น วันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญที่พสกนิกรชาวไทยจะได้ร่วมแสดงความจงรักภักดีและน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระพรชัย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ของไทยในหลายรูปแบบ หนึ่งในจำนวนนั้นคือการทำงานศิลปะนั่นเอง
ในครั้งนี้ ศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะถวายพระพรชัยพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็คือ ธนากร บัวปลอด ศิลปินชาวสงขลา ผู้จบการศึกษาจาก ภาควิชาศิลปะไทย คณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ก่อนที่จะมาเป็นศิลปินอาชีพเต็มตัว ธนากรได้รับรางวัลจากเวทีประกวดศิลปะมามากมายหลายรางวัล อาทิเช่น รางวัลยอดเยี่ยม โครงการดาวเด่นจิตรกรรมบัวหลวง 101 ครั้งที่ 1 ธนาคารกรุงเทพ ในปี พ.ศ. 2551, รางวัล Grand Prize ประเภทวาดเส้น จากการประกวดภาพพิมพ์และวาดเส้นนานาชาติ ครั้งที่ 2 (The 2nd Bangkok Triennial International Print and Drawing Exhibition) ในปี พ.ศ. 2552, รางวัลที่ 1 เหรียญทอง งานประกวดจิตรกรรมบัวหลวง ประเภทจิตรกรรมไทยร่วมสมัย ในปี พ.ศ. 2553, และ รางวัล Triennal Prizes ประเภทวาดเส้น จากการประกวดภาพพิมพ์และวาดเส้นนานาชาติ ครั้งที่ 3 (The 3rd Bangkok Triennial International Print and Drawing Exhibition) ในปี พ.ศ. 2555 เป็นต้น
โดยปกติ นักชมงานศิลปะจะคุ้นเคยกับผลงานของธนากรในรูปแบบของงานจิตรกรรมที่ถ่ายทอดภาพของสิ่งมีชีวิตต่างๆ ออกมาได้อย่างทรงพลัง เปี่ยมนัยยะ มากกว่าจะเป็นแค่ภาพเหมือนจริงทั่วๆ ไป หากในบางครา เขาก็สร้างสรรค์ผลงานจิตรกรรมเหมือนจริงภาพบุคคลต่างๆ อย่างเปี่ยมเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภาพวาดพระบรมสาทิสลักษณ์ของพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นที่เทิดทูนของปวงชนชาวไทยหลายพระองค์ ในครั้งนี้ เขานำเสนอผลงานภาพวาดพระบรมสาทิสลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อเป็นการถวายพระพรชัย เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระองค์ ในนิทรรศการครั้งล่าสุดของเขาอย่าง The Father นั่นเอง
ธนากรได้แรงบันดาลใจในการคิดค้นเอกลักษณ์ในการสร้างสรรค์ผลงานชุดนี้ของเขาจากภาพพระบรมฉายาลักษณ์ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ที่ตีพิมพ์ลงในนิตยสาร ซึ่งเขาเคยมีโอกาสได้ดูชมในสมัยอดีตตอนที่เขายังเป็นเด็กๆ ภาพพระบรมฉายาลักษณ์ที่ว่านี้ไม่มีลักษณะเหมือนภาพถ่าย หากแต่มีความคล้ายคลึงกับผลงานภาพพิมพ์ในสิ่งพิมพ์คลาสสิค เขาจึงใช้รูปแบบที่ว่านี้ในการสร้างสรรค์พระบรมสาทิสลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 เพื่อเป็นการเทิดทูนและถวายพระพรชัยพระมหากษัตริย์พระองค์ปัจจุบันของประเทศไทย
ธนากรสร้างสรรค์ภาพจิตรกรรมพระบรมสาทิสลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในช่วงพระชนมพรรษาต่างๆ ตั้งแต่ครั้งยังทรงพระเยาว์ และในช่วงที่ทรงมีพระชนมายุขึ้นเรื่อยๆ จวบจนถึงช่วงเวลาที่พระองค์เสด็จทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ไทยในปัจจุบัน โดยถ่ายทอดเป็นภาพวาดจำนวน 10 ภาพ ซึ่งพ้องกับตัวเลข รัชกาลที่ 10 ของพระองค์นั่นเอง โดยภาพแต่ละภาพมีขนาดเท่ากันทุกภาพ ซึ่งแสดงนัยยะถึงความมั่นคงในฐานะที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยและเป็นสถาบันหลักของชาติของสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย
เอกลักษณ์อันโดดเด่นอีกประการของภาพจิตรกรรมพระบรมสาทิสลักษณ์ของพระมหากษัตริย์ไทยทั้ง 10 ภาพนี้ คือโทนสีที่มีความเคร่งขรึม หนักแน่น คล้ายกับสิ่งพิมพ์คลาสสิคที่ธนากรเคยประทับใจตั้งแต่ครั้งยังเด็ก ในขณะเดียวกัน โทนสีที่ว่านี้เองก็สะท้อนถึงพระราชจริยวัตรอันสง่างาม เคร่งขรึม สำรวมพระองค์ตามแบบอย่างชาติทหาร ของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวด้วยเช่นกัน ที่สำคัญ การทำงานในรูปแบบนี้ยังพัฒนาทักษะและความเชี่ยวชาญในการทำงานจิตรกรรมของธนากรให้หนักแน่นยิ่งขึ้นอีกด้วย
นอกจากธนากรจะสร้างสรรค์ผลงานชุดนี้ในฐานะศิลปินจิตรกรแล้ว เขาเองยังทุ่มเทสร้างสรรค์ผลงานชุดนี้ในฐานะประชาชนชาวไทยที่ให้ความเคารพและเทิดทูนในสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมถึงพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 พระมหากษัตริย์พระองค์ปัจจุบันของประเทศไทยเรานั่นเอง.











