1. วงการศิลปะเดือด!! งานประมูล “WWW” ซึ่งจัดโดย The Art Auction Center ทำยอดประมูลรวม 55 ล้านบาท ส่วนนิทรรศการศิลปะ ‘WWW’ ยอดผู้เข้าชมกว่า 2,000 คน ณ ท่าพิพิธภัณฑ์ (Museum Pier) ภายใต้แนวคิดร่วมสมัย “โลกของการเชื่อมต่อ” คัดสรรผลงานศิลปะชิ้นเยี่ยม 136 ชิ้น จากศิลปินไทยระดับแนวหน้า ทั้งศิลปินชั้นครูและศิลปินรุ่นใหม่ของไทย ตั้งแต่งานจิตรกรรมคลาสสิก ไปจนถึงสื่อผสมร่วมสมัย และผลงานแนวทดลองที่ฉีกกรอบการนำเสนอแบบเดิม ซึ่งแต่ละชิ้นล้วนถ่ายทอดแนวคิด อัตลักษณ์ และเรื่องเล่าที่แตกต่างกัน ตั้งแต่การตั้งคำถามต่อโลกไปจนถึงการสำรวจความรู้สึกส่วนลึกในจิตใจมนุษย์ได้อย่างลึกซึ้งและทรงพลัง

งานประมูล ‘WWW’ ณ ท่าพิพิธภัณฑ์ เนืองแน่นไปด้วยเหล่านักสะสม และคนรักงานศิลปะทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่เข้าร่วมการประมูลงานศิลปะกันอย่างคึกคัก ท่ามกลางเสียงปรบมือ และเสียงฮือฮาที่ดังขึ้นเป็นระยะ ๆ ตลอดการประมูล โดยเฉพาะเมื่อผลงานมาสเตอร์พีชของศิลปินชั้นครู และศิลปินรุ่นใหม่ที่มีชื่อเสียงในต่างประเทศ ทำลายการประมาณราคา (Estimated Price) ได้อย่างตื่นเต้นเร้าใจ

5 ผลงานศิลปะชิ้นเยี่ยมของศิลปินไทย ที่สร้างสถิติใหม่ในงานประมูลครั้งนี้ ได้แก่

“DREAM OF THE HOMELESS (ฝันของคนใฝ่บ้าน)” โดย สุเชาว์ ศิษย์คเณศ (ปี 2528)

ปิดประมูลราคา: 5,686,450 บาท

ภาพผลงานสีน้ำมันบนผ้าใบชื่อ “ฝันของคนใฝ่บ้าน” ของสุเชาว์ ศิษย์คเณศ สะท้อนความเหงาและความเศร้าของศิลปินผ่านผลงานศิลปะได้อย่างรุนแรง ผ่านการใช้สีโทนเย็นเป็นแกนในการนำเสนอเรื่องที่แสดงถึงความหม่นหมอง รวมถึงการเลือกใช้เส้นเบาบางไร้ความแข็งแรงที่คอยค้ำจุนรูปทรงของบ้าน ยิ่งทำให้ผลงานสร้างอารมณ์สะเทือนใจให้กับผู้ชม สิ่งเหล่านี้เกี่ยวโยงกับเรื่องราวครั้งที่ศิลปินยังมีชีวิตอยู่ เมื่อต้องเผชิญกับความยากลำบากในชีวิต มีเพียงการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะเท่านั้นที่คอยค้ำจุนชีวิต ซึ่งสอดคล้องกับวิถีของลัทธิเอ็กซเพรสชันนิสม์

ทั้งยังสะท้อนถึงการสนับสนุนของผู้ที่เห็นคุณค่าในผลงานของสุเชาว์มากมาย รวมถึงผลงาน “ฝันของคนใฝ่บ้าน” ที่มีพีระ ดิษฐบรรจง เป็นอีกหนึ่งแรงผลักดัน ที่ทำให้สุเชาว์มีแรงใจในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะต่อไป

“TIGER/เสือ” โดย ถวัลย์ ดัชนี (ปี 2551)

ปิดประมูลราคา: 5,338,300 บาท

ผลงานจิตรกรรมสีน้ำมันบนผืนผ้าใบของถวัลย์ ดัชนี เป็นอีกหนึ่งผลงานที่แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการถ่ายทอดอารมณ์ของสัตว์ป่าออกมาได้ทรงพลังอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นมวลกล้ามเนื้อที่ถวัลย์ขัดเกลาเส้นให้ดูราวกับสัตว์ป่ากำลังเคลื่อนไหว ทั้งยังมีการจัดองค์ประกอบให้เห็นขนาดของเขี้ยวเสือไว้อย่างเด่นชัด ช่วยผลักเน้นความดุดันของสัตว์ป่าออกมาได้อย่างเต็มที่ รวมถึงรายละเอียดด้านบนของภาพซึ่งปรากฏเป็นรูปดวงดาวกำลังเคลื่อนตัวไปยังทิศทางเดียวกันกับเสือ เพิ่มความน่าสนใจและสร้างความหมายได้เป็นอย่างดี โดยความพิเศษของผลงานชิ้นนี้คือการสร้างจังหวะที่มีความหมดจด ขณะเดียวกันยังสร้างอารมณ์ร่วมระหว่างผลงานกับผู้ชมได้อย่างแยบยล

“ม้าพบธรรม (ปีมะเมีย)” โดย เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ (ปี 2552)

ปิดประมูลราคา: 4,525,950 บาท

ผลงาน “ม้าพบธรรม (ปีมะเมีย)” มีความน่าสนใจในการผสมผสานความเหมือนจริงทางกายภาพของรูปม้าและความเป็นอุดมคติจากลักษณะจิตรกรรมไทยประเพณี ทั้งยังถือเป็นทักษะที่แปลกตาของเฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ไม่เพียงเท่านั้น เนื่องจากการใช้สีที่มีความดุดันอย่างสีแดงในพื้นหลัง นับได้ว่าแตกต่างออกไปจากชุดสีที่ศิลปินนิยมใช้เช่นกัน ถึงกระนั้น ผลงานกลับเชื่อมโยงถึงเอกลักษณ์ของงานจิตรกรรมฝาผนังไทยได้อย่างน่าสนใจ เนื่องจากสีแดงเป็นอีกหนึ่งบทบาทในการแยกมิติของพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์และโลกมนุษย์ รวมถึงรายละเอียดของผลงานศิลปินก็ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของเส้นสายลายไทยที่มีความพลิ้วไหว ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือเป็นการแสดงฝีมืออันยอดเยี่ยมของศิลปิน

“บึงบัว” โดย ทวี นันทขว้าง (ปี 2528)

ปิดประมูลราคา: 3,249,400 บาท

ผลงานจิตรกรรมสีน้ำมันบนผ้าใบชิ้นนี้ของทวี นันทขว้าง เป็นหนึ่งในผลงานที่แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการถ่ายทอดความงามของบึงบัวในอุดมคติออกมาได้อย่างมีเอกลักษณ์ ทั้งในแง่ของทักษะฝีมือที่ชำนาญต่อการเลือกใช้ทีแปรงและชุดสีโทนเย็นซึ่งช่วยผลักระยะของผลงานได้อย่างนุ่มลึก รวมถึงการประสานกันของสีโทนร้อนในการขับเน้นความงามของดอกบัวและใบบัว ที่สำคัญคือการถ่ายทอดบรรยากาศที่ช่วยส่งอารมณ์ให้ผู้ชมเข้าถึงความสงบของจิตใจได้อย่างลุ่มลึก จนอาจกล่าวได้ว่าผลงานชิ้นนี้มีลักษณะแบบเหมือนจริง แต่กลับสร้างความรู้สึกเหนือจริง ผ่านความละเอียดลออในการเลือกจัดองค์ประกอบของทวี นันทขว้าง

“SCORCH” โดย Alex Face (พัชรพล แตงรื่น)

ปิดประมูลราคา: 1,160,500 บาท

ผลงานจิตรกรรมบนผืนผ้าใบชิ้นนี้ของอเล็กซ์ เฟส ศิลปินแนวกราฟฟิตี้ที่มีชื่อเสียงอย่างมากของไทยและได้รับการยอมรับในต่างประเทศ ปรากฎเป็นภาพตัวละครอันเป็นเอกลักษณ์ของศิลปิน นั่นคือ เด็กสามตาสวมชุดกระต่ายขนปุกปุย ซึ่งผลงานชิ้นนี้มีองค์ประกอบที่น่าสนใจคือ กลุ่มเปลวเพลิงตรงปลายดอกบัวพร้อมพื้นหลังสีเข้ม ทำให้เหมือนตัวละครกำลังใช้ดอกบัวเป็นยานพาหนะ ซึ่งศิลปินได้แรงบันดาลใจมาจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ ไม่ว่าจะเป็นความเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม หรือการระบาดของเชื้อโรค โดยสิ่งเหล่านี้เปรียบเสมือนไฟที่เกิดจากความโลภของมนุษย์ ในการใช้ทรัพยากรอันจำกัดของโลกเพื่อความสะดวกสบายของตน อีกทั้งผลงานยังชวนตั้งคำถามถึงความอยู่รอดของคนในยุคสมัยถัดไปอีกด้วย

จากความสำเร็จของนิทรรศการศิลปะและการประมูลงานศิลปะพิเศษ ‘WWW’ ในครั้งนี้ ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนวงการศิลปะไทยให้ก้าวสู่ความเป็นสากลมากขึ้น ทั้งยังเชื่อมต่อผู้คนเข้าหากันผ่านงานศิลปะอันทรงคุณค่าได้อย่างสง่างาม